เมียหอบเสื้อผ้าไปหาผัวทหาร หวังจะเซอไพร้ส์

จากกรณี นางมุกดา ภรรย าหลวง มีสามีเป็นทหารประจำอยู่ค่ายแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี ชื่อนายอาร์ม (นามสมมติ) เจ้าตัวออกมาเปิดเผยเรื่องราวของหญิงอีกคนของสามีผ่านเฟซบุ๊กตัวเอง โดยโพสต์คลิปเสียงเมื่อครั้งโทรคุยกับ น.ส.เนิร์ด (นามสมมติ) หญิงอีกคนของสามี ซึ่งทำอาชีพเป็นพย าบาล ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ก่อนหน้านี้เมียหลวงได้โพสต์ถึงหญิงอีกคนของสามี หลังเข้าไปเอาของที่บ้านพักในค่ายทหารที่สามีสังกัดอยู่ และพบกับเสื้อผ้าของหญิงอีกคนอยู่ในบ้าน มีชื่อของนางพย าบาลคนดังกล่าวอยู่ที่หน้าอกเสื้อ โดยระบุว่า แยกกันอยู่กับสามีก็จริง แต่ยังไม่ได้เลิกอย่างเป็นทางการ และที่แยกกันอยู่ก็เพราะมีบุคคลคนนี้เข้ามาแทรก พร้อมฝากถึงคุณสามีถ้าอยากออกหน้าออกตาทางสังคมก็รีบมาหย่ าให้เรียบร้อยก่อน อย่าทำแบบนี้เดี๋ยวจะดังไม่รู้ตัว และบอกไว้ก่อน เอาเงินมาเป็นค่าตกใจ ค่าปลอบใจที่คุณมาทำให้ครอบครัวเราต้องแต กแย ก เราสองคนแม่ลูกต้องเจ็บช้ำน้ำใจมหาศาล เอาอะไรมาทดแทนความรู้สึกนี้ไม่ได้ นอกจากเงินที่มากพอ ใครจะว่าหน้าเงินก็แล้วแต่ เพราะเราสองคนแม่ลูกต้องใช้เงินในการดำเนินชีวิต จบนะคะ นอกจากนี้ เมีย หลวงโพสต์เสื้อผ้าของหญิงคนดังกล่าว ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ล่าสุด วันที่ 27 ก.พ. 64 น.ส.มุกดา ภรรย าหลวง เปิดใจเล่าว่า ตนเองคบกับนายอาร์ม สามี มาตั้งแต่ปี 2557 ก่อนจะแต่งงาน เดือนมกราคมปี 2562 และจดทะเบียนสมรส พร้อมกับมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ขวบกว่า คบตั้งแต่สามียังไม่เป็นข้าราชการทหาร ตั้งแต่ยังไม่มีอะไร เพราะสามีอายุน้อยกว่า ตนจะคอยพาไปสอบ ผลักดันทุกอย่าง สามีจะได้มีอนาคตจะได้ดูแลครอบครัวได้ ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้นตนกับลูกสาวแล้วกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ จ.นครราชสีมา ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ตนจับสังเกตว่าสามีตนเริ่มผิดปกติไป จากนั้นเมษายน 2563 พฤติกรรมสามีชัดขึ้น เปลี่ยนไปทั้งคำพูดจาและไม่ยอมกลับมาบ้านทั้งที่ตนให้รถไปใช้ ขับจากค่ายทหารที่ จ.ปราจีนบุรี มาหาตนกับลูกที่ จ.นครราชสีมา เพราะตนลูกยังเล็กไม่อยากเดินทางไป แต่สามีก็ไม่ค่อยกลับมาหา ดูห่างไป คล้ายทำตัวยุ่งเข้าเวรตลอด อ้างว่าติดCV19 มาไม่ได้ จากแต่ก่อนจะทำตัวดี ดูแลตนดีมาตลอด ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ทั้งนี้ สามีตนมีเรื่องผู้หญิงมาบ้างแต่ไม่จริงจัง ต่อมาเดือนมิถุนายน ตนจึงแอบขนเสื้อผ้ามาอยู่กับสามีที่บ้านพักค่ายทหาร ตอนนั้นสามีตนเจอถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าตนจะมา เหมือนไม่อยากให้ตนมา จากนั้นก็อยู่เรื่อยมาร่วม 1 เดือน ก่อนจับได้ตอนเดือนกรกฎาคม 2563 คือหนักหนามากกับผู้หญิงที่เป็นพย าบาลคนนี้ แต่คนอื่นที่ตนจับได้ 3-4 คนนั้น พวกนั้นขอโทษและเลิกยุ่ง แต่ น.ส.เนิร์ด พย าบาลไม่ยอมเลิก และดูเหมือนสามีตนจริงจังกับคนนี้ จนสามีตนเปลี่ยนไปทุกอย่างจากหน้ามือเป็นหลังมือ ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34 ตนเห็นรูปคล้ายรูปพรีเวดดิ้ง สามีตนใส่ชุดทหารและหญิงอีกคนสวมขุดพย าบาลยืนจับมือกัน มีโพสต์คล้ายจะพากันแต่งงานด้วย ตนเห็นแล้วเ จ็ บป ว ด มาก ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ขนาดนี้ จนคิดว่าคล้ายกับเคสที่ จ.ชัยนาท ที่ตำรวจแอบไปแต่งงานซ้อน จากนั้นตนจึงรีบติดต่อฝ่ายหญิงเพราะคิดว่าเขาโดนหลอก แต่เขาไม่ยอมเลิกแถมยังโทรกับมาหาสามีตนที่โทรศัพท์อีกเครื่อง ที่สามีตนแอบซื้อไว้ติดต่อกับพย าบาลคนนี้ แต่ตอนนั้นตนเจอพอดีและรับสาย ฝ่ายพย าบาลตะโกนใส่หูตนว่าเอาโทรศัพท์ไปให้สามีตนเดี๋ยวนี้ ให้ผู้ชายเลือก แต่สามีตนไม่เลือก ตอนนั้นตนสั่นไปหมด ส่วนแม่สามีตนดีมาก เข้าข้างตน รักตน ยังเคยชวนตนไปหาฝ่ายหญิงที่ จ.กาฬสินธุ์ แต่ตนบอกแม่สามีว่าไม่ไปดีกว่า เพราะไปก็ไม่ได้อะไร แม่สามีตนจึงไปเอง แต่ไม่เจอ และพยาบาลโทรคุยกับแม่สามีอ้างว่า ไปห้ามลูกแม่ให้เลิกยุ่งกับหนู และอย่าโทรมาหาหนูเพราะหนูทำงาน” ทั้งนี้ หลังเรื่องที่เกิดขึ้นสามีตนก็แอบคุยกันมาตลอดตนเตรียมจะฟ้องพยาบาล เพราะพยาบาลท้าให้ตนฟ้อง ตนก็มีคลิปไว้ ส่วนคลิปเสื้อผ้าที่ตนนำไปลงในเฟซบุ๊กคือคนไปเจอโดยบังเอิญตอนไปขนเสื้อผ้ากลับมากรุงเทพ เห็นถุงนี้แอบซ่อนไว้ จึงนำมาโพสต์ลงไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสามีตน ตนให้โอกาสมาเกือบจะ 1 ปีเต็มแล้ว ตนร้องไห้ทุกคืน กอดลูกร้องไห้ จุกอยู่ในอก ตอนนี้ขอเคลียร์กับสามีก่อน เพราะหวังว่าสามีจะเลิกพฤติกรรมนี้ เพราะเคยสัญญากับตนว่าจะเลิกแต่ก็ไม่เลิก ทุกวันนี้ตนคิดว่าจะฟ้องหรือหย่ากับสามีดีไหม ตนขอคุยกับภายในครอบครัวก่อน แต่กับพยายาลคนนี้ตนเตรียมเอกสารฟ้อง และเตรียมเอาผิดวินัยวิชาชีพพยาบาลแน่นอน นอกจากนี้ นายอาร์มยังมีการโพสต์เฟซบุ๊กบอกรัก น.ส.เนิร์ด นางพยาบาล ลงภาพรีดเสื้อผ้าให้ โพสต์รูปจับมือเพื่อแสดงความรัก นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือ ทนายพัฒน์ ทนายเมียหลวง เผยว่า ตนเองรับให้คำปรึกษากับคุณมุกดา ภรรยาหลวงไปมาตั้งแต่ ปี 2563 จนมาถึงวันนี้ เพื่อเตรียมฟ้องร้องฝ่ายหญิงที่เป็นมือที่ 3 คดีนี้คล้ายกับคดีที่ภรรยาหลวงที่ จ.ชัยนาท และ จ.ลำปาง ต่างกันที่อาชีพฝ่ายหญิง ซึ่งตามหลักกฎหมายหากชายหญิงจดทะเบียนสมรสแล้ว มีคนมายุ่งกับสามีของฝ่ายหญิงที่เป็นภรรยาจดทะเบียน ดังนั้นฝ่ายหญิงมีสิทธิ์ที่จะฟ้องสามีและผู้หญิงที่เข้ามายุ่งกับสามีได้ โดยจะฟ้องทั้งคู่หรือเลือกฟ้องเฉพาะหญิงที่เป็นมือที่ 3 ก็ได้ ซึ่งภรรยาหลวงสามารถฟ้องหย่าและเรียกค่าเสียหายกับสามีได้ ฟ้องค่าเสียหายจากตัวฝ่ายหญิงที่เป็นมือที่ 3 ได้ และยังฟ้องอาจเลี้ยงดูลูก ค่าเลี้ยงดูลูก แบ่งสินสมรส ค่าเลี้ยงชีพได้ด้วย ฉะนั้นภรรยาหลวงมีสิทธิ์เรียกตามที่ต้องการ แต่มูลค่าที่ได้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขชัดเจนได้ กรณีความผิดทางวินัยทั้งในส่วนของสามีซึ่งเป็นทหารก็จะมีบทลงโทษเอาไว้แม้จะไม่ถูกภรรยาฟ้องร้อง แต่เมื่อมีการกระทำความผิดก็จะได้รับโทษภายใน และโดนเรียกสอบตามบทลงโทษที่มีอยู่แล้ว ส่วนพยาบาลซึ่งเป็นข้าราชการ จะมีเรื่องกฎหมายของข้าราชการพลเรือน กำกับดูแลไว้เป็นบทลงโทษ แต่พยาบาลจากที่ดูข้อกฎหมาย อาจจะไม่ถึงขั้นให้โดนออกจากราชการ เนื่องจากไม่ใช่การกระทำผิดวินัยร้ายแรง สุดท้ายตนอยากฝากถึงภรรยาหลวง หากคุณพบว่าสามีมีหญิงอื่นที่เข้ามาเป็นมือที่ 3 ทั้งที่คุณมีทะเบียนสมรส คุณสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ จะเดินหน้าปกป้องสามี ปกป้องความสัมพันธ์ หรือจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองก็ได้ ทั้งนี้ จากที่ตนดูคดีเหล่านี้มา ภรรยาหลวงไม่ค่อยเลือกการหย่า แต่มักดำเนินคดีกับฝ่ายมือที่ 3 มากกว่า โดยไม่ได้มองไปถึงต้นเหตุก็คือสามี คลิป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *