ป้าไพ เลื่อนนัดพาพยานอีกปาก เข้าให้ปากคำพนักงาน

สำหรับคดี หว ยอลเวง ตำรวจเดินหน้าสอบสวนคดียักยอกทรัพย์ลอตเตอรี่ 12 ล้านบาท เตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับนางรัตนา หรือป้ารัตน์ ภูละคร อายุ 58 ปี แม่ค้าลอตเตอรี่ที่ถูกนางไพมณี หรือป้าไพ พลราชม อายุ 57 ปี อาชีพค้าขายและนางรำจิตอาสา เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสกลนคร ว่าได้ตกลงซื้อขายลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 ของวันที่ 1 มี.ค.64 หมายเลข 835538 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท โดยเขียนชื่อสลักหลังจองไว้ยังไม่ได้จ่ายเงิน นางรัตนากลับเอาไปขายให้คนอื่น อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนหาต้นขั้วลอตเตอรี่พร้อมประสานข้อมูลกับกองสลากฯอายัดลอตเตอรี่ฉบับปัญหาทั้ง 2 ใบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ได้ประสานให้นางไพมณี หรือป้าไพ พลราชม ผู้เสียหายให้นำตัวพยานอีก 1 ปากเข้าให้ปากคำในเวลา 09.00 น. แต่นางไพมณีขอเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 15 มี.ค. ให้เหตุผลว่ารู้สึกอ่อ นเพลี ยเนื่องจากตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีโอกาสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลย ซึ่งที่บ้านของป้าไพภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร เขตเทศบาลนครสกลนคร พบว่ามีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องแวะเวียนมาให้กำลังใจถามไถ่ข่าวคราวความคืบหน้าอยู่จำนวนหนึ่ง ป้าไพเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่เคยบอกหรือปรึกษาอะไรกับญาติพี่น้อง บางคนเพิ่งรู้ข่าวจากทีวีก็โทร.มาสอบถามและเดินทางมาเยี่ยมที่บ้าน ถือเอาวันนี้เป็นวันพักผ่อนหลังจากที่เคร่งเครียดมาหลายวันแล้วและถือโอกาสนี้พูดคุยปรึกษาหารือกันในหมู่ญาติพี่น้องด้วย ส่วนความเคลื่อนไหวของนางรัตนา หรือป้ารัตน์ ภูละคร แม่ค้าลอตเตอรี่คู่กรณีก็ไม่แตกต่างกัน อาศัยช่วงวันอาทิตย์พักผ่อนอยู่ที่บ้านในชุมชนนาเวง เขตเทศบาลนครสกลนคร ป้ารัตน์เผยว่าวันนี้ขอพักผ่อนบ้างหลังจากที่เคร่ งเครีย ดกันมาหลายวันแล้ว ตามปกติแม้จะเป็นวันอาทิตย์ตนจะต้องออกตระเวนขายลอตเตอรี่ แต่งวดนี้คืนลอตเตอรี่ไปหมดแล้วจึงไม่ต้องออกตระเวนขายเหมือนปกติ นับตั้งแต่เกิดปัญหาไม่ได้พักผ่อนเลย วันนี้ถือโอกาสพักผ่อนอยู่บ้านพูดคุยกับพี่น้อง สอบถามถึงกรณีที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ นางรัตนากล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกตกใจหรือหนักใจอะไร เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง พนักงานสอบสวนได้ชี้แจงข้อกฎหมายและขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายให้ทราบเป็นอย่างดี ตนพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ด้านความคืบหน้าของคดี หลังจากตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสกลนคร เข้าตรวจค้นบ้านของป้ารัตน์ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ตรวจยึดลอตเตอรี่ของวันที่ 1 มี.ค.64 ที่ไม่ถูกรางวัล 41 ใบ พร้อมบัญชีรายชื่อลูกค้าไปตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยง โดยเฉพาะต้นตอที่มาของลอตเตอรี่ว่ามาจากแหล่งใดหรือมาจากยี่ปั๊วคนไหน จากคำให้การของป้ารัตน์ทราบว่ารับลอตเตอรี่มาจากเจ๊น้อง 1,300 ใบ ในส่วนนี้เจ๊น้องรับต่อมาจากยี่ปั๊วย่านสนามบินน้ำ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40-50 ใบมาจากเพื่อนแม่ค้าลอตเตอรี่ในตัวเมืองสกลนคร อยู่ระหว่างสืบสวนแยกแยะแหล่งที่มา รวมทั้งนำสลากฯที่ตรวจยึด 41 ใบไปเทียบเคียงว่ามาจากแหล่งใด ตรงกับคำให้การของนางรัตนาหรือไม่ นอกจากนี้ ตำรวจยังให้ความสนใจกรณีที่นางรัตนาได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เป็นการซื้อเครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าที่เจ้าตัวอ้างว่ามีปัญหาในการติดต่อสื่อสาร แบตเตอรี่เสื่อ มและเมมโมรีเต็มจนไม่สามารถถ่ายภาพและบันทึกข้อมูลได้ ข้อมูลในส่วนนี้มาจากคำให้การของป้ารัตน์ต่อพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบบันทึกการใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมจากผู้ให้บริการเครือข่ายอยู่ รวมถึงต้องรอข้อมูลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ตำรวจทำเรื่องขอไปน่าจะทราบผลในวันที่ 15 มี.ค. หากข้อมูลจากกองสลากฯระบุว่ามีผู้นำสลากฯรางวัลที่ 1 มาขึ้นรางวัลครบทั้ง 100 ใบ และไม่มีชื่อนางไพมณีเขียนอยู่ด้านหลัง ทุกอย่างก็ถือว่าจบ แต่หากยังเหลือสลากฯรางวัลที่ 1 ที่ยังไม่มาขึ้นเงินรางวัล คงเป็นเรื่องยาวที่จะต้องหาทางพิสูจน์กันต่อไปว่าเป็น 2 ใบ ตามที่นางไพมณีกล่าวอ้างและกำลังตามหากันอยู่ในขณะนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้กับทั้งคู่ด้วยนะคะ ส่วนลอตเตอรี่ 12 ล้าน จะเป็นของใครต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *