ถูกไล่ที่

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายเชิด นุ่มวงษ์ อายุ 88 ปี และ นางทองคำ นุ่มวงษ์ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.1 ต.วังไทร อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สามีภรรยา ขอให้เป็นสื่อกลางในการตามหาลูกชายชื่อ นายธนา นุ่มวงษ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/5 ม.1 ต.วังไทร อ.คลองขลุง ที่หายไปตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2563 ร่วม 5 เดือน ทั้งนี้ ก่อนหายไป นายธนา นุ่มวงษ์ หรือโอ ได้บอกกับพ่อแม่ว่าจะออกไปหาเงินมาใช้หนี้ กยศ. ที่ตนเองกู้ยืมเรียนจบในช่วงปี 2543 รวม 130,000 บาท จนมีหนังสือจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดกำแพงเพชร ประกาศยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 ซึ่งก่อนหน้านั้นสำนักงานบังคับคดีได้เคาะขายทอดตลาดไปแล้ว 4 รอบ มีผู้เคาะซื้อไปได้ในราคา 402,000 บาท จากที่ดินจำนวน 16 ไร่ 89.9 ตารางวา ส่วนหนังสือทวงถามหนี้จาก กยศ.ที่ส่งมาให้กับนายธนา ถูกซ่อนไว้ในห้องของนายธนา เมื่อมาค้นเจอก็สายไปแล้วที่จะไกล่เกลี่ยขอประนอมหนี้ ตาและยาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 ผู้ที่ซื้อที่ดินที่ขายทอดตลาดพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ได้มาเสนอขาย พร้อมทำสัญญาซื้อขายต่อ ให้กับตายาย และลูกชายที่บ้าน (กำแพงเพชร) ในราคา 800,000 บาท ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายกันในวันดังกล่าว โดยลูกชายบอกกับตายายว่า ต้องจ่ายมัดจำ 20,000 บาท และเซ็นชื่อในเอกสารสัญญาซื้อขาย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดตากับยายไม่รู้เลยว่าที่เซ็นไปนั้นคืออะไร ลูกชายบอกให้เซ็นเอกสารก็เซ็นไปตามนั้น ต่อมา ผู้มาทำสัญญาซื้อขาย ขอนัดให้ชำระค่าซื้อขายเป็นงวดๆ โดยงวดที่ 1 (2 ต.ค.63) ต้องชำระ 130,000 บาท งวดที่ 2 (2 พ.ย.63) ชำระ 130,000 บาท งวดที่ 3 (2 ธ.ค.63) 120,000 บาท และงวดที่ 4 (14 ธ.ค.63) งวดสุดท้าย จำนวน 400,000 บาท โดยระหว่างนั้นช่วงกลางเดือน พ.ย.63 นายธนา ลูกของตายาย บอกว่าจะไปหาเงินมาจ่ายค่าที่ดินและใช้หนี้ ผ่านไปกว่า 5 เดือน ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยเงินส่วนต่างที่ทาง กยศ. หักที่กู้ยืมและดอกเบี้ยไป จำนวนกว่า 1 แสนบาท ซึ่งต้องคืนให้ครอบครัวของตาและยาย แต่เนื่องจากติดต่อ นายธนา ลูกชายไม่ได้ จึงไม่สามารถขอรับเงินส่วนต่างที่เหลือได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้ที่ซื้อที่ดินต่อจากสำนักงานบังคับคดี ได้นำป้ายมาติดประกาศขายที่ดินต่อ จำนวน 16 ไร่ 89.9 ตารางวา และโทรมาเร่งรัดขอเงินงวดเเรกให้รีบจ่าย หากไม่มีเงินจ่ายก็ขอให้ย้ายออกนอกพื้นที่ จนเป็นที่มาขอการตามหาลูกชายที่หายไป โดยตายายมีลูกทั้งหมด 10 คน นายธนา เป็นลูกคนสุดท้อง ยังมีครอบครัวอื่นที่อยู่ร่วมกันในที่ดินผืนเดียวกัน มีผู้อาศัยรวม 5 ครอบครัว จำนวน 18 คน นางทองคำ นุ่มวงษ์ อายุ 84 ปี แม่ของนายธนา กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าลูกชายหายไปไหน ก่อนไปเพียงว่าจะไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้เพื่อซื้อที่ดินคืนให้ครอบครัว ซึ่งผ่านไปกว่า 5 เดือนแล้ว ก็ติดต่อไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ซึ่งพยายามถามว่าใช้หนี้ กยศ.ที่กู้มาเรียนแล้วหรือยัง ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ไม่ต้องยุ่งหรอก พิกา รแบบนี้จะมีปัญญาเอาเงินไหนมาใช้หนี้เค้า จนสุดท้ายรู้อีกทีก็จะโดนยึดที่ดินแล้ว ซึ่งตนเองและสามีมีอาการหูหนวก (ไม่ค่อยได้ยิน) แถมยังเป็นคนพิ กา รเดินไม่ไหว ที่มาร้องนักข่าวครั้งนี้ก็อยากให้ช่วยตามหาลูกชายให้กลับบ้าน มาช่วยกันแก้ปัญหา อย่างน้อยก็มาเซ็นรับเงินส่วนต่างที่เหลือเอาไว้ใช้หนี้ซื้อที่ดินคืน หากโดนไล่ที่ก็ยืนยันว่าจะไม่ไปไหน ขอนอนตายที่นี่ วอนเจ้าของที่ที่ซื้อทอดตลาดไปเห็นใจขอประนีประนอม และลดราคาให้บ้าง ซึ่งถ้ารู้ก่อนหน้านี้ที่ กยศ. จะยึดที่ดิน ก็จะขอนำเงินคนพิการและเบี้ยคนชราผ่อนชำระเอง ส่วนเอกสารทวงหนี้นั้นลูกชายเอาไปซ่อนไว้ในห้อง ไม่รู้มาก่อนเลย ยอมรับว่าทุกวันนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ นางคณิต ขุนพิลึก อายุ 50 ปี ลูกสาวคนที่ 7 ของตายาย อยู่บ้านเลขที่ 74/1 ม.6 ต.วังไทร อ.คลองขลุง กล่าวว่า สงสารพ่อกับแม่มาก อายุก็เยอะแล้ว หากจะย้ายไปที่อื่นคงลำบาก ส่วนตัวเองหาเช้ากินค่ำ หากต้องย้ายออกไปด้วยจากการโดนไล่ที่ก็คงลำบากเช่นกัน อยากให้น้องชายคนเล็กกลับมาดูพ่อแม่บ้าง มาช่วยกันแก้ไขปัญหา อย่าทิ้งไปแบบนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *